วันอังคารที่ 9 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2553

สุดหล่อ











Profile : Ryan








ชื่อ Chu Jong Hyuk - ชู จง ฮยอก




ชื่อในวงการ Ryan ไรออน




ตำแหน่ง นักร้อง (Lead Vocal)




วันเกิด 19 ตุลาคม ค.ศ. 1983




ส่วนสูง 181 เซนติเมตร




น้ำหนัก 67 กิโลกรัม




กรุ๊ปเลือด เอ




ครอบครัว : คุณพ่อ , คุณแม่ , พี่ชาย




ศาสนา คริสเตียน




การศึกษา มหาวิทยาลัย Chung Ang สาขาการละครและภาพยนตร์ดีบิว




ปี ค.ศ.2005 หนึ่งในสมาชิกวง Paran ผลงานอัลบั้มชุดที่ 1 "Paran The First"




ความสามารถพิเศษ : ว่ายน้ำ , กีฬา




งานอดิเรก ออกกำลังกาย




บุคลิก : อ่อนแอกับสภาพแวดล้อมที่สดใสบนโลกใบนี้




นักร้องที่ชอบ :Stevie Wonder , ผักฮโยชิน




อาหารที่ชอบ :อาหารเกาหลี




สีที่ชอบ :สีขาว




เพลงโปรด : ทุกเพลงของ Stevie Wonder กับเพลง (โหยหา) ของผักฮโยชิน (อัลบั้มที่ 2 แทรกที่ 2)




WORLD


โลก

เป็นดาวเคราะห์ที่อยู่ห่างจากดวงอาทิตย์เป็นลำดับที่สาม โดยโลกเป็นดาวเคราะห์หินขนาดใหญ่ที่สุดในระบบสุริยะ และเป็นดาวเคราะห์เพียงดวงเดียวที่วิทยาศาสตร์สมัยใหม่ยืนยันได้ว่ามีสิ่งมีชีวิตอาศัยอยู่ ดาวเคราะห์โลกถือกำเนิดขึ้นเมื่อประมาณ 4,570 ล้าน (4.57×109) ปีก่อน และหลังจากนั้นไม่นานนัก ดวงจันทร์ซึ่งเป็นดาวบริวารเพียงดวงเดียวของโลกก็ถือกำเนิดตามมา สิ่งมีชีวิตทรงภูมิปัญญาที่ครองโลกในปัจจุบันนี้คือมนุษย์
โลกประกอบด้วยกากบาทที่ล้อมด้วยวงกลม โดยเส้นตั้งและเส้นนอนของกากบาทจะแทนเส้นเโลก มีลักษณะเป็นทรงวงรี โดย ในแนวดิ่งเส้นผ่าศูนย์กลางยาว 12,711 กม. ในแนวนอน ยาว 12,755 กม. ต่างกัน 44 กม. มีพื้นน้ำ 3 ส่วน หรือ 71% และมีพื้นดิน 1 ส่วน หรือ 29 % แกนโลกจะเอียง 23.5 องศา
สัญลักษณ์มอริเดียนและเส้นศูนย์สูตรตามลำดับ สัญลักษณ์อีกแบบของโลกจะวางกากบาทไว้เหนือวงกลมแทน ยูนิโคด

ยูนิโคด (อังกฤษ: Unicode) คือมาตรฐานอุตสาหกรรมที่ช่วยให้คอมพิวเตอร์แสดงผลและจัดการข้อความตัวอักษรที่ใช้ในระบบการเขียนของภาษาส่วนใหญ่ในโลกได้อย่างสอดคล้องกัน ยูนิโคดประกอบด้วยรายการอักขระที่แสดงผลได้มากกว่า 100,000 ตัว พัฒนาต่อยอดมาจากมาตรฐานชุดอักขระสากล (Universal Character Set: UCS) และมีการตีพิมพ์ลงในหนังสือ The Unicode Standard เป็นแผนผังรหัสเพื่อใช้เป็นรายการอ้างอิง นอกจากนั้นยังมีการอธิบายวิธีการที่ใช้เข้ารหัสและการนำเสนอมาตรฐานของการเข้ารหัสอักขระอีกจำนวนหนึ่ง การเรียงลำดับอักษร กฎเกณฑ์ของการรวมและการแยกอักขระ รวมไปถึงลำดับการแสดงผลของอักขระสองทิศทาง (เช่นอักษรอาหรับหรืออักษรฮีบรูที่เขียนจากขวาไปซ้าย)
ยูนิโคดคอนซอร์เทียม (Unicode Consortium) ซึ่งเป็นองค์กรไม่แสวงหาผลกำไร เป็นผู้รับผิดชอบในการพัฒนายูนิโคด องค์กรนี้มีจุดมุ่งหมายเกี่ยวกับการแทนที่การเข้ารหัสอักขระที่มีอยู่ด้วยยูนิโคดและมาตรฐานรูปแบบการแปลงยูนิโคด (Unicode Transformation Format: UTF) แต่ก็เป็นที่ยุ่งยากเนื่องจากแผนการที่มีอยู่ถูกจำกัดไว้ด้วยขนาดและขอบเขต ซึ่งอาจไม่รองรับกับสภาพแวดล้อมหลายภาษาในคอมพิวเตอร์
ความสำเร็จของยูนิโคดคือการรวมรหัสอักขระหลายชนิดให้เป็นหนึ่งเดียว นำไปสู่การใช้งานอย่างกว้างขวางและมีอิทธิพลต่อการแปลภาษาของซอฟต์แวร์คอมพิวเตอร์ นั่นคือโปรแกรมจะสามารถใช้ได้หลายภาษา มาตรฐานนี้มีการนำไปใช้เป็นเทคโนโลยีหลักหลายอย่าง อาทิ เอกซ์เอ็มแอล ภาษาจาวา ดอตเน็ตเฟรมเวิร์กและระบบปฏิบัติการสมัยใหม่
ยูนิโคดสามารถนำไปใช้งานได้ด้วยชุดอักขระแบบต่าง ๆ ชุดอักขระที่เป็นที่รู้จักมากที่สุดคือ UTF-8 (ใช้ 1 ไบต์สำหรับอักขระทุกตัวในรหัสแอสกีและมีค่ารหัสเหมือนกับมาตรฐานแอสกี หรือมากกว่านั้นจนถึง 4 ไบต์สำหรับอักขระแบบอื่น) UCS-2 ซึ่งปัจจุบันเลิกใช้แล้ว (ใช้ 2 ไบต์สำหรับอักขระทุกตัว แต่ไม่ครอบคลุมอักขระทั้งหมดในยูนิโคด) และ UTF-16 (เป็นส่วนขยายจาก UCS-2 โดยใช้ 4 ไบต์สำหรับแทนรหัสอักขระที่ขาดไปของ UCS-2)

นกเจ้าฟ้าหญิงสิรินทร


นกเจ้าฟ้าหญิงสิรินทร

มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Pseudochelidon sirintarae

ชื่อสามัญว่า White-eyed River Martin

เป็นสัตว์โลกเพียงไม่กี่ชนิดที่ค้นพบโดยคนไทย และได้จารึกไว้ในระบบสากล

พบโดยนายกิตติ ทองลงยา นักชีววิทยาแห่งสถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย

เมื่อ พ.ศ. 2511 นกเจ้าฟ้าฯ มีลักษณะโดยทั่วไปคล้ายนกนางแอ่น แต่มีขนาดใหญ่กว่า มีความยาวตัว 15 เซนติเมตร ตัวสีดำเหลือบน้ำเงินเข้ม ใต้คอสีน้ำตาลดำ หน้าผากมีขนสีดำ ขาสีชมพู มีจุดเด่นที่ขอบตาเป็นสีขาว ชาวบ้านเรียกนกชนิดนี้ว่า นกตาพอง บริเวณสะโพกมีแถบสีขาวขนาดใหญ่ มีหางสั้นกลมมน นกที่โตเต็มที่แล้วจะมีแกนหางคู่กลางเส้นเล็กๆ 2 เส้น ยื่นยาวออกมา มีปากแบนกว้างกว่าปากของนกนางแอ่น นกเจ้าฟ้าฯ เป็นนกเฉพาะถิ่นที่พบได้เพียงแห่งเดียวในโลก คือ ที่บึงบอระเพ็ด จังหวัดนครสวรรค์ เป็นนกโบราณที่ปรับตัวให้เข้ากับสิ่งแวดล้อมที่เปลี่ยนแปลงไปได้น้อยมาก มีรายงานการค้นพบเพียง 10 ตัวเท่านั้น และจากรายงานการพบครั้งล่าสุดตั้งแต่ 2523 ถึงปัจจุบัน ไม่มีการพบนกชนิดนี้อีกเลย นกดังกล่าวจึงถูกจัดเป็นนกใกล้สูญพันธุ์อย่างยิ่งชนิดหนึ่ง

Black Berry


ข้อมูลทั่วไป

เครือข่าย GSM 850 / 900 / 1800 / 1900

เครือข่าย 3G HSDPA 2100 800/1900 CDMA2000 1x EV-DO

วันเปิดตัว ตุลาคม 2009

ราคาเปิดตัว ยังไม่กำหนดราคา

ตัวเครื่อง

ขนาด 112.5 x 62.2 x 14 มิลลิเมตร

น้ำหนัก 160 กรัม

หน้าจอ

ชนิด TFT capacitive จอสัมผัส, 65K สี

ขนาด - 480 x 360 พิกเซล, 3.25 นิ้ว

- เซ็นเซอร์ตรวจจับความเคลื่อนไหวสำหรับปรับแนวหน้าจออัตโนมัติ Accelerometer sensor for auto-rotate

ระบบเสียง

ชนิด MP3

ดาวน์โหลด

การสั่น ระบบสั่นในตัว

หน่วยความจำ

หน่วยความจำ - หน่วยความจำตัวเครื่อง 2 กิ๊กกะไบต์

รองรับ microSD (TransFlash)

สมุดโทรศัพท์ แสดงรูปภาพขณะมีสายเรียกเข้า (Photocall)

การสื่อสารข้อมูล

ข้อความ SMS, MMS, Email, Instant Messaging

3G HSDPA, 7.2 Mbps; HSUPA

จีพีอาร์เอส (GPRS) Class 10 (4+1/3+2 slots), 32 – 48 kbps

HSCSD -

เอดจ์ (EDGE) Class 10, 236.8 kbps

Bluetooth v2.1 with A2DP

ยูเอสบี (USB) microUSB v2.0

WLAN Wi-Fi 802.11 b/g

อินฟราเรด (Infrared port) -


คุณสมบัติเด่น

บราวเซอร์ HTML

กล้อง 3.15 MP, 2048×1536 pixels, autofocus, LED flash

Features Geo-tagging, image stabilization

Video Yes

อื่นๆ – ระบบปฏิบัติการ BlackBerry OS

- รองรับจาวา

- BlackBerry maps

- แก้ไขเอกสารออฟฟิศ (Word, Excel, PowerPoint, PDF)

- Media player MP3/WMA/AAC+

- Video player MP4/3gp/H.264/WMV

- Organizer

- สั่งงานด้วยเสียง

- โทรออกด้วยเสียง

แบตเตอรี่

ชนิดแบตเตอร์รี่มาตรฐาน, Li-Ion 1400 mAh

ระยะเวลารอรับสาย สูงสุดประมาณ 305 ชั่วโมง (2G) / สูงสุดประมาณ 280 ชั่วโมง (3G)

ระยะเวลาใช้สาย สูงสุดประมาณ 5 ชั่วโมง (2G) / สูงสุดประมาณ 6 ชั่วโมง (3G)

เก็บตกกลอน




พายุกระหน่ำ แรงลมพัด
วัดความกล้าเดินฝ่าไป
ระยะทางอาจแสนไกล
กล้าแกร่งไว้ใจมั่นคง


ทุกทุกอย่างที่ฉันนั้นทำลงไป

แม้เธอจะไม่เข้าใจไม่ใช่ปัญหา

บางครั้งความรู้สึกแค่ส่งผ่านจากสายตา

อาจมีค่ามากกว่าเอื้อนเอ่ยออกไป

....................

ยังคงจดจำได้ทุกความรู้สึก

แต่ก็ต้องเก็บให้ลึกในใจของฉัน

เวลาผ่านล่วงเลยไม่เคยแม้สักวัน

ลืมเลือนเธอนั้นทำไม่ได้เลย

....................

เข้าใจทุกอย่างคงไม่เหมือนเดิม

เธอคงเริ่มสิ่งใหม่ใหม่นับแต่วันนี้

รักน่ะยังห่วงใยและยังคงหวังดี

คนแสนไกลคนนี้ขอเพียง

"คงมีสักวันที่เธอนั้นจะเข้าใจ"

ใครๆๆต้องอยากอ่าน



สีบอกอารมณ์


“สี” เป็นองค์ประกอบสำคัญและมีความพิเศษอย่างหนึ่งในงานตกแต่ง เพราะสีมีอิทธิพลต่อพฤติกรรม อารมณ์ จิตใจ ตลอดจนบรรยากาศโดยรวมของห้องนั้น ๆ เรามักพบสีขาวตามบ้านหรืออาคารสำนักงาน ถ้าไม่ใช่ขาวล้วนก็จะมีสีขาวควันบุหรี่หรือขาวอมสีอื่น ๆ ประกอบสุดแต่จะสรรหากัน คำตอบของคำถามว่าทำไมต้องเป็นสีขาว ก็อธิบายง่าย ๆ ตามหลักจิตวิทยาว่า สีขาวนั้นทำให้ห้องดูใหญ่ กว้างขวาง สะอาด และสีขาวยังลดความเสี่ยงในการตกแต่งภายใน ในการหาสิ่งของ เครื่องใช้ เฟอร์นิเจอร์ เพื่อให้เหมาะกับห้องนั้นๆ

สี ส่งผลต่อความรู้สึก และอารมณ์ที่ต่าง ๆ กัน เช่น

สีแดง ให้ความรู้สึกร้อน รุนแรง กระตุ้น ท้าทาย เคลื่อนไหว ตื่นเต้น เร้าใจ มีพลัง ความอุดมสมบูรณ์ ความมั่งคั่ง ความรัก ความสำคัญ อันตราย


สีส้ม ให้ความรู้สึกร้อน ความอบอุ่น ความสดใส มีชีวิตชีวา วัยรุ่น ความคึกคะนอง การปลดปล่อย ความเปรี้ยว การระวัง


สีเหลือง ให้ความรู้สึกแจ่มใส ความสดใส ความอบอุ่น ความร่าเริง ความเบิกบานสดชื่น ชีวิตใหม่ ความสด ใหม่ ความสุกสว่าง การแผ่กระจาย อำนาจบารมี


สีทอง ให้ความรู้สึกความหรูหรา โอ่อ่า มีราคา สูงค่า สิ่งสำคัญ ความเจริญรุ่งเรือง ความสุข ความมั่งคั่ง ความร่ำรวย การแผ่กระจาย


สีเขียว ให้ความรู้สึกสงบ เงียบ ร่มรื่น ร่มเย็น การพักผ่อน การผ่อนคลาย ธรรมชาติ ความปลอดภัย ปกติ ความสุข ความสุขุม เยือกเย็น


สีน้ำเงิน ให้ความรู้สึกสงบ สุขุม สุภาพ หนักแน่น เคร่งขรึม เอาการเอางาน ละเอียด รอบคอบ สง่างาม มีศักดิ์ศรี สูงศักดิ์ เป็นระเบียบถ่อมตน


สีม่วง ให้ความรู้สึกมีเสน่ห์ น่าติดตาม เร้นลับ ซ่อนเร้น มีอำนาจ มีพลังแฝงอยู่ ความรัก ความเศร้า ความผิดหวัง ความสงบ ความสูงศักดิ์


สีฟ้า ให้ความรู้สึกปลอดโปร่งโล่ง กว้าง เบา โปร่งใส สะอาด ปลอดภัย ความสว่าง ลมหายใจ ความเป็นอิสระ เสรีภาพ การช่วยเหลือ แบ่งปัน


สีชมพู ให้ความรู้สึกอบอุ่น อ่อนโยน นุ่มนวล อ่อนหวาน ความรัก เอาใจใส่ วัยรุ่น หนุ่มสาว ความน่ารัก ความสดใส


สีขาว ให้ความรู้สึกบริสุทธิ์ สะอาด สดใส เบาบาง อ่อนโยน เปิดเผย การเกิด ความรัก ความหวัง ความจริง ความเมตตา ความศรัทธา ความดีงาม


สีเทา ให้ความรู้สึกเศร้า อาลัย ท้อแท้ ความลึกลับ ความหดหู่ ความชรา ความสงบ ความเงียบ สุภาพ สุขุม ถ่อมตน


สีดำ หากเราเลือกใช้ในปริมาณที่เหมาะสม จะให้ความรู้สึกสงบ อดทน เยือกเย็น ลึกลับ น่าค้นหา แต่บางครั้งสีดำก็ให้ความรู้สึกเกี่ยวข้องกับความตาย ดูน่ากลัว มืด สกปรก




วันจันทร์ที่ 8 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2553




ฟ้าตะวันเดียว เป็นละครเปิดซิงเรื่องแรกของพระเอกหน้าใส โอ้ มาริโอ เมาเร่อ ซึ่งได้โปรดิวเซอร์มือใหม่ ซึ่งก็คือผู้จัดการส่วนตัวของหนุ่ม มาริโอ้ นามเอ ศุภชัย ภายใต้การกำกับดูแลของกึ้ง เฉลิมชัย มหากิจศิริ ทายาทเนสกาแฟ โดยปักหลักถ่ายทำที่แดนกิมจินานกว่า 2 เดือน ซึ่งผู้จัดละครป้ายแดงอย่าง กึ้ง เฉลิมชัย มหากิจศิริ ก็ทุ่มงบเต็มที่ด้านโปรดักชั่น โดยสั่งให้ถ่ายทำในระบบ HD เพื่อให้งานได้คุณภาพดีที่สุด ละครเชื่อมความสัมพันธ์ไทยกับเกาหลีเรื่อง ใต้ฟ้าตะวันเดียว นี้ได้นักแสดงทั้งไทยและเกาหลีฝีมือคับคั่ง โดยหนุ่ม มาริโอ้ ได้ประชันฝีมือกับนักแสดงเกาหลีอาทิ ซู จองฮัก (ไรอัน วงพารัน) พร้อมด้วย คิม คิบอม และ คิม คยอนแซ (อีไล)แห่งวง U-Kiss และ ลี แฮวู โฮสหนุ่มเจ้าเล่ห์ในตอนที่ 4 จาก F4 เกาหลี หรือชื่อไทย รักฉบับใหม่หัวใจ 4 ดวง ส่วนฟากฝั่งนักแสดงของไทย ก็มีนักแสดง มากฝีมือหลายท่าน ประกอบไปด้วยพระเอกรุ่นใหญ่มากฝีมือ อาหนิง นิรุตติ์ศิริจรรยา พร้อมด้วยน้างร้ายแสนสวย เมย์ เฟื่องอารมย์ พร้อมด้วยนางเอกจากภาพยนต์เรื่อง ความสุขของกะทิ น้องพลอยภัสสร คงมีสุข และนางเอกหน้าใสอีกคนคือ ฉัตร ปริยฉัตร ลิ้มธรรมมหิศร นางเอกเด็กปั้นคนใหม่ของ เอ ศุภชัย

เรื่องย่อ ใต้ฟ้าตะวันเดียว
โอ้ รับบทบาท คิม มิน โฮ เป็นเด็กหนุ่มที่มีภูมิหลังค่อนข้างเจ็บปวด ประกบหนุ่มเกาหลี คิมคิบอม แห่งวง U-Kiss รับบทเป็นเพื่อนสนิทกับ มาริโอ้ ร่วมด้วย คิมค ยอนแซ (อีไล) แห่งวง U-Kiss อีกคน รับบท จุนซู เป็นลูกพี่ลูกน้องกับจียุน แสดงโดย พลอย ภัสสร คงมีสุข ที่เขาแอบหลัง

นักแสดง ใต้ฟ้าตะวันเดียว (ไทย)
มาริโอ้ เมาเร่อ ซึ่งรับบทเป็น คิม มิน โฮ
ฉัตร ฉัตร ลิ้มธรรมมหิศร รับบทเป็น วินดี้
ภัสสร คงมีสุข รับบทเป็น จียุน
เอ รับบท แชกี
เมย์ เฟื่องอารมย์ รับบทเป็น วายอง
รัชนู บุญชูดวง
เปียทิพย์ คุ้มวงศ์
ปู นริสา พรหมสุภา

นักแสดง ใต้ฟ้าตะวันเดียว (เกาหลี)
คิม คิ บอม(Kim Ki Bum) ซึ่งรับบทเป็น นำแจ
ยอนแซ(Kim kyoung jae) (อีไล) รับบทเป็น จุนซู
ซูจองฮัก(chu-jong-hyuk) หรือ ไรอัน วงพารัน
ลีแฮวู(Lee Hae Woo) นักแสดง จาก F4 เกาหลี (รักฉบับใหม่หัวใจ 4 ดวง)

ประพันธ์และบทโทรทัศน์ โดย นันทนา วีรชนกำกับการแสดงโดย ผิน เกรียงไกรสกุลภายใต้การดูของ กึ้ง-เฉลิมชัย มหากิจศิริ

วันเสาร์ที่ 6 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2553

ดอกไม้ประจำวันเกิด


สมัยโบราณเชื่อกันไว้ว่า ในแต่ละวันจะมีต้นไม้และดอกไม้ประจำวัน ซึ่งเชื่อกันว่า หากใครที่ปลูกต้นไม้หรือดอกไม้ประจำวันเกิด แล้วต้นไม้หรือดอกไม้เจริญเติบโตได้ดี ชีวิตก็จะก้าวหน้า ร่างกายแข็งแรงหรือถ้าออกดอกเบ่งบาน เชื่อกันว่าจะมีความสุขความสมหวังเสมอ ตรงกันข้าม หากดอกไม้หรือต้นไม้เกิดเหี่ยวเฉาลงก็จะเป็นลางเตือนเจ้าของต้นไม้ ดอกไม้ได้เหมือนกัน หากว่าเธอคนนั้นเกิดวัน...




เธอที่เกิดวันอาทิตย์ ต้นไม้ประจำวันเกิดเป็น ต้นพวงแสด ต้นพุทธรักษา ต้นธรรมรักษา และต้นเยอร์บีร่าที่มีดอกสีส้ม ส่วนดอกไม้ประจำวันเกิดเป็นดอกกุหลาบสีส้ม จะถูกโฉลกกับเธอที่เกิดวันอาทิตย์ ผู้มีนิสัยทะเยอทะยานและกระตือรือลัน เธอและดอกไม้มีความหมายถึงความฝันอันยิ่งใหญ่ ดอกไม้อีกชนิดสำหรับผู้เกิดวันนี้คือ ดอกทานตะวัน อันเป็นสัญลักษณ์คู่กับพระอาทิตย์เสมอ บอกถึงตัวเธอที่เชื่อมั่น หัวสูง ถือตัว และหยิ่งในศักดิ์ศรีด้วย




เธอที่เกิดวันจันทร์ ต้นไม้ประจำวันเกิดของเธอคือ ต้นมะลิ ต้นแก้ว ต้นพุด ต้นจำปี ยิ่งถ้าปลูกแล้วออกดอกหอม เธอจะยิ่งโชคดี ดอกไม้ประจำวันเกิดคือดอกมะลิขาวสะอาด หมายถึงตัวเธอที่มีความนุ่มนวลอ่อนโยน เรียบร้อย ส่วนดอกไม้อีกชิดคือ ดอกกุหลาบขาว หมายถึงความรักที่อ่อนโยนและไม่ต้องการสิ่งใดตอบแทน เพราะคนวันจันทร์มักอ่อนไหวง่าย โรแมนติก และช่างฝัน




เธอที่เกิดวันอังคาร ต้นไม้ที่แสนดีของเธอคือ ต้นชัยพฤกษ์ ต้นชมพูพันธุ์ทิพย์ ต้นยี่โถ ออกดอกสีชมพู ต้นเข็มออกดอกสีชมพู ถ้าต้นไม้ของเธอออกดอกมากๆ บอกได้ว่าเธอกำลังมีความสุขดอกไม้ประจำวันเกิดของเธอคือ ดอกกล้วยไม้ โดยเฉพาะที่ออกดอกสีชมพู เพราะมีความหมายถึงความรักที่ร้อนรุ่ม หวือหวา วูบวาบตามอารมณ์ของคนที่เกิดวันนี้




เธอที่เกิดวันพุธ ต้นไม้ประจำตัวคนที่เกิดวันพุธนั้นพิเศษกว่าคนอื่นตรงที่เป็นต้นไม้ใบเขียว โดยเฉพาะต้นกระดังงา ต้นสนฉัตร ดังนั้นเธอควรปลูกต้นไม้เยอะๆ ถึงจะโชคดี ต้นไม้เหล่านั้นจะช่วยปกป้องคุ้มครองเธอได้ คือ ดอกบัว หมายถึงจิตใจอันสงบ เพราะคนที่เกิดวันพุธมักชอบเป็นนักการทูตและรัก สันติภาพดอกไม้ประจำวันเกิดคือ คือดอกบัว ซึ่งคนที่เกิดวันพุธมักจะเป็นนักคำนวณ (เงิน) สีเหลืองอร่ามราวกับทองของดอกไม้ชิดนี้ หมายถึงรักของเธอต้องมาพร้อมเงิน




เธอที่เกิดวันพฤหัสบดี เธอที่เกิดวันนี้ มีต้นไม้ประจำตัวคือ ต้นโสน ต้นราชพฤกษ์ และต้นบานบุรี หากมีต้นไม้เหล่านี้อยู่ในบ้านจะช่วยคุ้มครองดูแลเธอ ดอกไม้ประจำวันเกิดของเธอคือ ดอกกุหลาบสีเหลือง หมายถึงการเปลี่ยนแปลงในเรื่องความรัก รักซ้อนซ่อนใจ เพราะคนที่เกิดวันนี้เป็นคนรักงายหน่ายเร็ว เจ้าชู้เล็กๆ ดอกไม้อีกชนิดหนึ่งคือดอกคาร์เนชั่นสีชมพู หมายถึงรักของเธอที่อ่อนโยนและอ่อนหวาน เธอที่เกิดวันนี้ จริงๆ แล้วเป็นคนสุภาพอ่อนโยนและมีอารมณ์ขัน น่ารักเหมือนดอกไม้ของเธอนั่นแหละ




เธอที่เกิดวันศุกร์ ต้นไม้ที่แสนดีของคนที่วันศุกร์คือ ต้นพยับหมอก ต้นแส ต้นอัญชัน ส่วนดอกไม้ที่ถูกแลกโชคดีของเธอคือ กุหลาบทุกสี เพราะคนที่เกิดวันศุกร์มักเป็นนักรักที่ยิ่งใหญ่มีเสน่ห์ล้นเหลือหรือจะเป็นดอกไม้เจ้าเสน่ห์ที่มีความหมายหวานแหววแบบดอกไวโอแลตว่า "ฉันรักเธอแล้ว หากรักฉันก็บอกกันบ้างนะ" คนเกิดวันศุกร์บางอารมณ์ก็โลเล จึงได้ดอกลาเวนเดอร์ที่มีความหมายถึงรักที่สับสน ไม่แน่นอน ไปครองอีกดอกหนึ่ง


เธอที่เกิดวันเสาร์ จะมีต้นไม้พวก ตันกัลปังหา ต้นพวงคราม ต้นอินทนิล เป็นต้นไม้ประจำวันเกิด และดอกไม้ประจำวันเกิดคือ ดอกลิลลี่ อันหมายถึงรักครั้งแรก รักที่บริสุทธิ์เพราะคนที่เกิดวันเสาร์เป็นคนจริงจังและซีเรียส จึงรักใครยากหน่อย ทว่าดอกลิลี่เป็นดอกที่กระทบใจคนขี้เหงาวันเสาร์ได้ดีทีเดียว

กลอนกวนนนนน


อยากมีเมียทำไม...ขอได้โปรด
อยู่เป็นโสดดีกว่าอย่าสุงสิง
มีเมียเกี่ยวเที่ยวไหนสุดไหวติง
เกาะเป็นปลิงเชียวนะให้ระวัง
สินสอดแพงแต่งแล้วไม่แคล้วคลาด
ต้องเป็นทาสปรนเปรอถูกเธอขัง
จะยิ้มรับกับใครกลุ้มใจจัง
ทั้งไหล่หลังถูกหยิกหล่อนจิกตี
ตัณหาหวงห่วงแสนในแดนหล้า
ริษยาพาวิกฤติคืออิตถี
พึงหลีกได้ให้ห่างสร้างเสรี
พบคนดีที่สุดจึงจุดไฟ
เขาว่าได้เมียดีเหมือนมีแม่
เป็นจริงแท้แน่ชัดตวงวัดได้
คือสามารถตีตบต้องหลบภัย
ไม่มีใครทารุณเท่าคุณเมีย
เรื่องการเมืองคะคานกับการมุ้ง
ผัวเมียมุ่งแบ่งแยกแตกเป็นฝ่าย
มีปากเสียงโรมรันกันแทบตาย
ลูกหลานหายจากบ้านกระซ่านเซ็น
ต่างมีพรรคมีคนที่ตนชอบ
สนองตอบปัจจัยให้กันเห็น
ยกยอดคนยอดพรรคหนักประเด็น
หอมกับเหม็น มันก็ พอพอกัน
รักชอบใครเอ่ยอ้างอย่างออกหน้า
ความดีหามาเพิ่มเติมสีสัน
ป้องความชั่วทุกเมื่อทุกเชื่อวัน
ต่างมุ่งมั่นพอใจในพรรคตน
เสียงทะเลาะเบาะแว้งแข่งกันใหญ่
ยิ่งตอนใกล้เลือกตั้งต่างหวังผล
คืนหมาหอนเสียงแตกแปลกพิกล
แล้วเสียงบ่นเสียงพล่ามก็ตามมา
เพื่อนบ้านต้องทนฟังทั้งที่เบื่อ
แต่ต้องเชื่อไปกับเลียงครับขา
สองผัวเมียรำพันจำนรรจา
เสียงอืมม อ้า เจื้อยแจ้วแล้วดับไฟ
ผมต้องทนฟังเสียงเมื่อเตียงสั่น
ผัวเมียนั้นซาบซดเสียงสดใส
ผมซดเบียร์เครียดจัดอึดอัดใจ
จะทำไงตอนนี้อยากมีเมีย

เคล็ดไม่ลับ

สุขภาพดีอาจจะหาซื้อไม่ได้แต่เป็นเจ้าของได้แน่นอน ถ้าสาวๆ ทำตามเคล็ดลับเหล่านี้
1. แอปเปิ้ล แตงโม กล้วย กีวีต้องระวังผลไม้ทั้ง 3 ชนิดนี้มีประโยชน์มาก แต่ถ้าคุณกำลังทานยาปฏิชีวนะอยู่ ผลไม้พวกนี้จะกลายเป็นโทษทันทีเพราะมันบูดในลำไส้ได้ง่าย อาจจะทำให้เกิดอาการอักเสบในระบบทางเดินอาหารได้
2. ผลไม้กับมื้ออาหารก่อนทานอาหารควรจะเรยีกน้ำย่อยด้วยสับปะรดและมะละกอสัก 2-3 ชิ้น ผลไม้สองชนิดนี้มีเอนไซม์ที่จะช่วยให้กระเพาะย่อยอาหารมื้อหลักที่กำลังจะตามลงมาได้ง่ายขึ้น และหลังจากจบมื้ออร่อยแล้วควรตบท้ายด้วยแอปเปิ้ลสัก 1 ชิ้นเพื่อช่วยเพิ่มปริมาณน้ำลายซึ่งจะทำให้จำนวนแบคทีเรียในช่องปากลดลง และช่วยให้เหงือกแข็งแรงด้วย
3. อย่าปล่อยให้หิวควรจะทานอาหารให้ตรงเวลาทุกวันแม้จะยังไม่รู้สึกหิวก็ตาม เพราะเวลาที่เราหิวร่างกายจะหลั่งฮอร์โมนควมเครียดออกมา ถ้าเกิดเหตุการณ์แบบนี้เป็นประจำก็จะทำให้คุณกลายเป็นสาวเครียด และนำไปสู่อาการความดันโลหิตสูง โรคหัวใจ หรือเบาหวาน
4. เนื้อสัตว์กับผลไม้ไม่เข้ากันถ้าทานน้อยๆ ก็ไม่เป็นไร แต่ถ้ามื้อไหนคุณทานเนื้อเป็นจำนวนมากแล้วควรจะงดผลไม้ไป เพราะกว่าเนื้อจะย่อยหมดต้องใช้เวลานาน ส่าวนผลไม้ซึ่งย่อยเร็วจะถูกกักอยู่ในกระเพาะ จึงทำให้เกิดกรดในกระเพาะอาหารได้
5. นาฬิกาชีวภาพหลักการสุขภาพดีบอกไว้ว่าเราควรจะเข้านอนในเวลาเดียวกันทุกๆ วัน แต่ส่วนใหญ่พอถึงคืนวันศุกร์กับวันเสาร์เรามักจะนอนดึกเพราะถือว่าเป็นวันหยุด การทำอย่างนี้จะทำให้ความเคยชินหรือที่เรียกว่าชีวภาพของร่างกายรวรเร จึงไม่ต้องแปลกใจเลยที่วันจันทร์เราจะง่วงนอนกว่าปกติ
6. ความเครียดทำลายผิว ถ้าอยากผิวสวย แก่ช้า ดูอ่อนกว่าวัย สิ่งแรกที่ต้องปรับคือความคิดของตัวเราเอง พยายามคิดในทางบวก มองโลกในแง่ดี หลีกเลี่ยงความคิดที่ทำให้ตึงเครียด เพื่อไม่ให้ร่างกายหลั่งฮอร์โมนความเครียดออกทำลายตัวเราเอง
7. หลีกเลี่ยงภาชนะพลาสติกเพราะความร้อนรวมทั้งรสชาติเผ็ดเปรี้ยว เค็มจากอาหารสามารถเข้าไปกัดเซาะสารสังเคราะห์ในพลาสติกให้ละลายออกปะปนกับอาหารได้ตลอดเวลา โดยเฉพาะการใช้ภาชนะพลาสติกใส่อาหารเข้าอุ่นในเตาไมโครเวฟยิ่งเป็นสิ่งที่ต้องหลีกเลี่ยง เพราะเป็นการเสี่ยงต่อมะเร็งเต้านมเป็นอย่างมาก
8. อย่าประมาทอาการไอเรื้อรังหลังจากหายหวัดแล้วอาการไออาจจะยังไม่หายไป แต่สาวหลายคนมักจะไม่สนใจเพราะคิดว่าอาการไอเป็นเรื่องชิลๆ แต่ที่จริงอาการไอเรื้อรังร้ายแรงกว่าที่คุณคิด เพราะมันอาจเกิดจากการติดเชื้อไวรัส ยาปฏิชีวนะ ที่หมอให้มารักษาอาการหวัดไม่สามารถฆ่าเชื้อไวรัสได้ วิธีหยุดอาการไอที่ได้ผลที่สุดคือการดื่มน้ำบ่อยๆ เพื่อลดเสมหะในทางเดินหายใจ และนอนหลับให้เพียงพอเพื่อให้ระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายทำงานได้เต็มที่
9. เท้าและข้อเท้าบวมถ้ามีอาการแบบนี้อย่าปล่อยไว้ เพราะฝ่าเท้าเป็นศูนย์รวมของเส้นประสาททั่วร่างกาย ถ้าบริเวณเท้ามีปัญหาก็จะส่งผลถึงร่างกายทุกส่วน วิธีแก้ไขคือให้นั่งยองๆ ทุกวันๆ ละ 15 นาทีจากนั้นก็ขยับข้อเท้าไปข้างหน้าและข้างหลังเพื่อช่วยให้เลือดไหลเวียนได้ดีขึ้น หลังจากนั้นใช้แปรงขนนุ่มๆ แปรงผิวหนังเบาๆ โดยเริ่มจากฝ่าเท้าแล้วค่อยๆ ปัดไล่ขึ้นมาที่ข้อเท้า น่อง ต้นขา ท้อง แขนไปจนสุดที่มือทั้งสองข้าง (ยกเว้นผู้ที่เป็นเบาหวานเพราะเสี่ยงจะเกิดบาดแผล) ตบท้ายด้วยการอาบน้ำอุ่นแล้วตามด้วยน้ำเย็น จะช่วยให้เลือดไหลเวียนดีขึ้น
10. งดเครื่องดื่มคาเฟอีนเครื่องดื่มพวกนี้ไม่ว่าจะเป็นชาหรือกาแฟ ปกติก็ไม่ควรดื่มอยู่แล้ว แต่ถ้าบังเอิญคุณ เป็นโรคปวดหลัง เครื่องดื่มพวกนี้จะเป็นศัตรูของคุณไปทันที เพราะคาเฟอีนจะไปลดการหลั่งสารเอนโดรฟินซึ่งมีคุณสมบัติช่วยลดอาการปวดตามอวัยวะต่างๆ อาการปวดของคุณก็จะไม่หายหรืออาจจะเป็นมากขึ้นด้วย
11. ดื่มน้ำเร็ว...อันตรายใครๆ ก็บอกว่าควรจะดื่มน้ำให้ได้วันละ 8 แก้ว แต่ต้องค่อยๆ ดื่มไปตลอดวัน ไม่ใช่ทั้งวันไม่ดื่มเลย แล้วมารวบยอดเอาในครั้งเดียว เพราะการดื่มน้ำปริมาณมากๆ ในครั้งเดียวอาจทำให้เกิดอาการน้ำเป็นพิษเนื่องจากเลือดเจือจาง และอาจทำให้เป็นตะคริว กล้ามเนื้อเกร็งตามมา ยิ่งถ้าอาการเกร็งไปเกิดที่สมอง หัวใจ หรือปอด ก็อาจจะทำให้ระบบหายใจล้มเหลวและเสียชีวิตได้
12. แดดอ่อนตอนเช้าแสงแดดยามเช้าจัดว่าเป็นยาตามธรรมชาติที่ทุกคนสามารถเป็นเจ้าของโดยไม่ต้องเสียเงินซื้อ นอกจากทำให้กระดูกแข็งแรงแล้วยังทำให้อารมณ์ดี เพราะแดดอ่อนๆ มีวิตามินที่ช่วยกระตุ้นให้ร่างกายหลั่งสารแห่งความสุข ออกมาต่อต้านอาการซึมเศร้าในตัวเรา คนที่เดินเล่นรับแดดอ่อนจึงมีหน้าตาเบิกบานกว่าคนที่มัวแต่หลบแดดอยู่ในบ้านมาก
13. เบาหวานอย่าทานไข่ถ้าสมาชิกในครอบครัวคุณคนไหนเป็นเบาหวาน ควรให้เขางดไข่ไปเลย เพราะมีรายงานทางการแพทย์ว่าถ้าคนที่เป็นเบาหวานทานไข่อาทิตย์ละ 1 ฟอง จะมีโอกาสเป็นโรคหัวใจมากขึ้น
14. อยากผอมต้องน้ำเย็นการดื่มน้ำเย็น 50 ออนซ์ จะช่วยเผาผลาญพลังงานเพิ่มขึ้นวันละ 50 แคลอรี ช่วยให้น้ำหนักลดลงปีละ 2.5 กิโลกรัม เพราะเมื่อเราดื่มน้ำเย็นร่างกายต้องใช้พลังงานในการทำให้น้ำนั้นเปลี่ยนอุณหภูมิเป็นอุณหภูมิปกติก่อน แล้วจึงนำไปใช้ได้ จึงเป็นการใช้พลังงานมากกว่าเดิม
15. สุขภาพดีทันทีที่ตื่นถ้าอยากดูแลสุขภาพพร้อมกับการเริ่มต้นวันใหม่ ทันทีที่ตื่นนอนสาวๆ ควรผสมน้ำส้มสายชู (ที่หมักจากผลแอปเปิ้ล) กับน้ำผึ้งในสัดส่วนเท่ากัน ใส่น้ำอุ่นนิดหน่อย คนให้เข้ากันแล้วนำมาดื่ม จะช่วยให้การดูดซึมของระบบลำไส้และการเผาผลาญของร่างกายทำงานได้ดีตลอดวัน
16. ผู้ชายอย่าพลาดมะเขือเทศสำหรับหนุ่มซ่าที่กำลังเริ่มมีอาการเตะปี๊ปไม่ดังหรือกลัวว่าจะเป็นหมัน มะเขือเทศคือผลไม้ที่คุณจะพลาดไม่ได้ เพราะมะเขือเทศสุกมีสารโคปีนสูงมาก ช่วยให้ต่อมลูกหมากทำงานได้ดี ประสิทธิ์ภาพและสมรรถภาพต่างๆ จึงทำงานได้เป็นปกติ ถ้าผู้ชายทานมะเขือเทศอย่างน้อยอาทิตย์ละ 10 ผลหรือมากกว่านั้น ความเสี่ยงที่จะเป็นมะเร็งต่อมลูกหมาก ก็จะน้อยลง 45 เปอร์เซ็นต์ ที่สำคัญควรจะทานแบบสุกๆ เช่น ทานเป็นน้ำพริกอ่อง สปาเก็ตตี้ เพราะเวลามะเขือเทศถูกความร้อนมันจะปล่อยสารไลโคปีนออกมามากขึ้น
17. ป้องกันกรดในกระเพาะอาหารสำหรับที่ท้องอืดบ่อย ควรลดปริมาณการดื่มน้ำผลไม้เข้มข้นอย่างเช่น มะนาว ส้ม ส้มโอ เกรฟฟรุต หรือน้ำมะเขือเทศสดนั่น เพราะน้ำพวกนี้มีกรดมากทำให้ท้องอืด หรือถ้าเสพติดไปแล้วอดไม่ได้จริงๆ ก็อาจจะทำให้เจือจางลงด้วยการผสมน้ำมากๆ
18. หลบอัลไซเมอร์ด้วยเกมถ้าไม่อยากเป็นอัลไซเมอร์หรือเป็นโรคขี้หลงขี้ลืม สาวๆ ควรจะฝึกสมองด้วยการเล่นเกมที่ต้องใช้สมาธิ เช่น ปริศนาอักษรไขว้ เกมในคอมพิวเตอร์ หรืออาจจะทำกิจกรรมที่ต้องใช้สมาธิอย่างเรียนดนตรี เล่นหมากรุก เป็นต้น เพราะเกมเหล่านี้จะช่วยให้ระบบประสาททำงานเชื่อมต่อกันอย่างมีประสิทธิภาพ

หอเอนกับคนดือบรรลือโลก


หอเอนเมืองปิซา (อิตาลี: Torre pendente di Pisa หรือ La Torre di Pisa, อังกฤษ: Leaning Tower of Pisa) ตั้งอยู่ที่เมืองปิซา ในจัตุรัสเปียซซา เดล ดูโอโม (Piazza Del Duomo) หอระฆังของศาสนาคริสต์นิกายโรมันคาทอลิก เป็นหอทรงกระบอก 8 ชั้น สร้างด้วยหินอ่อนสีขาว สูง 183.3 ฟุต (55.86 เมตร) น้ำหนักรวม 14,500 ตันโดยประมาณ มีบันได 293 ขั้น เอียง 3.97 องศา ยอดของหอห่างจากแนวตั้งฉาก 3.9 เมตร

การสร้าง
เริ่มสร้างเมื่อวันที่ 9 สิงหาคม ค.ศ.1173 สร้างเสร็จเมื่อปี 1350 ใช้เวลาสร้างประมาณ 175 ปี แต่การก่อสร้างหยุดชะงักเมื่อสร้างไปได้ถึงชั้น 3 เนื่องจากพื้นใต้ดินเป็นพื้นดินที่นิ่ม ทำให้ยุบตัว ต่อมาในปี ค.ศ.1272 โดย Giovanni di Simone สร้างให้เอนกลับไปอีกด้านหนึ่งเพื่อให้สมดุล แต่การก่อสร้างในครั้งนี้ ก็ต้องหยุดชะงักลงอีกครั้งเนื่องจากเกิดสงคราม ต่อมาก็มีการสร้างหอต่อขึ้นอีกและสร้างเสร็จ 7 ชั้น ในปี ค.ศ.1319 แต่หอระฆังถูกสร้างเสร็จในปี ค.ศ.1372 โดยใช้เวลาสร้างทั้งหมด 177 ปี
หลังจากนั้น ในปี ค.ศ. 1990-2001 หอเอนปีซาได้รับการปรับปรุงฐานให้แข็งแรงยิ่งขึ้น เพื่อป้องกันไม่ให้หอล้มลงมา

ประวัติ
กาลิเลโอ กาลิเลอิ เคยใช้หอนี้ทดลองเกี่ยวกับเรื่อง แรงโน้มถ่วง ในตอนที่เขาเรียนอยู่ที่มหาวิทยาลัยปิซา โดยใช้ลูกบอล 2 ลูกที่น้ำหนักไม่เท่ากันทิ้งลงมา เพื่อพิสูจน์ว่า ลูกบอล 2 ลูกจะตกถึงพื้นพร้อมกัน ซึ่งก็เป็นไปตามที่กาลิเลโอคาดไว้
ในปี ค.ศ.1934
เบนิโต มุสโสลินี พยายามจะทำให้หอกลับมาตั้งฉากดังเดิม โดยเทคอนกรีตลงไปที่ฐาน แต่กลับทำให้หอยิ่งเอียงมากขึ้นไปอีก กองทัพสหรัฐฯ ตัดสินใจไม่ยิงปืนใหญ่ใส่หอเอนเมืองปิซา
วันที่ 27 กุมภาพันธ์ ค.ศ.1964 รัฐบาล
อิตาลี พยายามหยุดการเอียงของหอเอนเมืองปิซา โดยผู้เชี่ยวชาญในด้านต่างๆ เช่น วิศวกร นักคณิตศาสตร์ และนักประวัติศาสตร์ โดยใช้เหล็กรวมกว่า 800 ตัน ค้ำไว้ไม่ให้หอล้มลงมา
ในวันที่ 7 มกราคม ค.ศ.1990 หอเอนเมืองปิซาถูกปิดไม่ให้นักท่องเที่ยว เพื่อความปลอดภัย อีกทั้งยังขุดดินของอีกด้านหนึ่งออก เพื่อให้สมดุลยิ่งขึ้น และในวันที่ 15 ธันวาคม 2001 หอเอนเมืองปิซาถูกเปิดให้นักท่องเที่ยวเข้าชมอีกครั้ง และถูกประกาศว่าสมดุลแล้วใน 300 ปีต่อมาหลังจากเริ่มทำการปรับปรุง
ค.ศ.1987 หอเอนเมืองปิซาถูกประกาศให้เป็นมรดกโลก โดยเป็นส่วนหนึ่งของ Piazza Dei Miracoli หอเอนเมืองปิซายังเป็น 7 สิ่งมหัศจรรย์ของโลกยุคกลางอีกด้วย
นอกจากนี้หอเอนเมืองปิซานี้ช่วยให้กาลิเลโอ นักวิทยาศาสตร์ ชาวอิตาเลียน ผู้มีชื่อเสียงของโลก ได้ทดลองความจริง เรื่องน้ำหนักของของที่ตกเป็นผลสำเร็จอีกด้วย
*

KOREA




หมู่บ้านนัมซานฮันอก
เป็นอีกสถานที่หนึ่งที่นักท่องเที่ยวจะได้สัมผัสรูปแบบวิถีชีวิตของชาว เกาหลี ในอดีต ผ่านอาคารบ้านเรือนที่ได้รับการบูรณะในสภาพที่ดั้งเดิมหลังจากย้ายมาจากตัว เมืองโซล ขณะเดินไปรอบ ๆ หมู่บ้าน คุณจะได้เห็นสถาปัตยกรรมเกาหลีที่มีเอกลักษณ์ บ่อยครั้งที่นี่คือสถานที่จัดงานทางวัฒนธรรม รวมถึงงานแต่งงาน การแสดง ระบำหน้ากาก วาดภาพ และการสาธิตหัตถกรรมและออกร้าน หมู่บ้านตั้งอยู่ทางตอนเหนือของ ภูเขานัมซาน มีสายน้ำไหลผ่านและมี ศาลาซอนนูกัก แหล่งอาศัยของนกกระเรียน แหล่งพักผ่อนที่มีชื่อเสียงในฤดูร้อนของ ราชวงศ์โชซอน แต่ในปัจจุบันเป็นที่ตั้งของบ้านชนชั้นสูงในสมัยเมื่อ 600 ปีที่แล้ว และหากเดินไปจนสุดปลายสวนจะพบ Time Capsul ที่ทำขึ้นเพื่อเฉลิมฉลอง กรุงโซล ครบ 600 ปี โดยจะรอเปิดอีกใน 400 ปี ข้างหน้า (ค.ศ. 2394
)


ภูกระดึง

อุทยานแห่งชาติภูกระดึง
ข้อมูลทั่วไป
สำหรับนักท่องเที่ยวที่เดินทางมาถึงอุทยานแห่งชาติภูกระดึง ก่อนที่ท่านและคณะจะเดินทางขึ้นเขาขอให้ติดต่อเจ้าหน้าที่ตามลำดับดังนี้
1. ติดต่อขอเช่าเต็นท์กับเจ้าหน้าที่บ้านพัก และสำหรับนักท่องเที่ยวที่ได้รับอนุญษตให้ใช้บ้านพักหรือเต็นท์จากกรมอุทยานแห่งชาติ
2. สำหรับนักท่องเที่ยวที่นำเต็นท์มาเอง ติดต่อชำระค่าขอใช้สถานที่กางเต็นท์ในอัตรา 30 /คน/คืน ณ อาคารติดต่อที่พัก ซุ้มหมายเลข 2 และในกรณีที่เต็นท์ทางอุทยานแห่งชาติภูกระดึงเต็มท่านจะต้องชำระค่าขอใช้สถานที่กางเต็นท์
3. สำหรับนักท่องเที่ยวท่านใดหรือคณะใด นำบรรจุภัณฑ์ต่างมา เช่นขวดแก้ว, ขวดพลาสติก, ซองพลาสติก,กล่องกระดาษ หรือ ที่ย่อยสลายเองตามธรรมชาติไม่ได้หรือต้องใช้เวลาในการย่อยสลายนาน ท่านจะต้องติดต่อมัดจำบรรจุภัณฑ์ต่างๆ ตามที่ทางอุทยานแห่งชาติภูกระดึงกำหนดไว้ แล้ววันลงเขาให้ท่านนำบรรจุภัณฑ์ดังกล่าวที่เป็นขยะมารับเงินมัดจำนั้นคืน พร้อมทั้งทางอุทยานแห่งชาติภูกระดึงจะออกใบประกาศเกียรติคุณให้ท่านเพื่อแสดงว่าท่านเป็นผู้ที่เสียสละและบำเพ็ญประโยชน์ต่ออุทยานแห่งชาติภูกระดึง ซุ้มหมายเลข 3นอัตราข้างต้นเช่นเดียวกัน
4. ติดต่อจ้างหาบสัมภาระได้ที่อาคารสัมภาระในอัตราราคากิโลกรัมละ 10 บาท ซุ้มหมายเลข 4
5. ชำระค่าธรรมเนียมเดินขึ้นเขาได้ที่ซุ้มจำหน่ายบัตรค่าธรรมเนียม ในอัตราเด็ก 10 บาท ผู้ใหญ่ 20 บาท ชาวต่างประเทศ เด็ก 100 บาท ผู้ใหญ่ 200 บาท ในกรณีที่เป็นนักเรียน นิสิต นักศึกษา เมื่อยืนประจำตัวทางอุทยานแห่งชาติ จะเก็บค่าธรรมเนียมขึ้นเขาในอัตรา 10 บาท ผู้สูงอายุตั้งแต่เกิน 60 ปีบริบูรณ์ขึ้นไปจะต้องแสดงบัตรประจำตัวของท่านเพื่อไม่ต้องเสียค่าธรรมเนียมขึ้นเขา